Categories
Recent Comments
Twitter
- วันนี้มันอะไรกัน ชนะทั้งรถ ชนะทั้งบอล #fb 2010/06/27
Archives
Tag Archives: Thailand
Love and Red
ว่าด้วย “ชาตินี้ที่รัก เราคงรักกันไม่ได้” ว่าด้วยบทความของสมหญิง อาชาวานิชสกุล บทความนี้เป็นมุมมองของคนคนหนึ่ง ว่าด้วยความรู้สึกของผู้เขียนต่อมุมมองที่หลายๆฝ่าย เช่นเสื้อเหลือง และ”เสื้อขาว” มองเสื้อแดง ผมคิดว่ามันเป็นการเขียนที่ดี เพราะทำให้ผู้อ่านได้ตระหนักว่าการต่อสู้ของเสื้อแดงนั้นไม่ใช่เพราะถูกจ้าง หรือถูกหลอกใช้ ดังข้อเขียนในสองหัวข้อแรก ข้อหลังๆเป็นการสรุปคร่าวๆถึงประเด็นที่เสื้อแดงคิดว่าตัวเองกำลังต่อสู้ขณะในนี้ โดยจบลงที่ข้อที่ห้าที่ท้อใจต่อสังคมรอบตัว ผมไม่เห็นด้วยที่ว่าบทความนี้ยัดเยียดความเกลียดชัง ผมเห็นว่ามันเป็นการสะท้อนว่าความเกลียดชังซึ่งมันเกิดเพราะแต่ละฝ่ายไม่ได้”ฟัง”หรือ”เข้าใจ”ในสิ่งที่เขาต่อสู้กันเสียที และในมุมมองของผู้เขียนเมื่อไม่ฟังกันมันก็ยากที่จะรักกันได้ หลายหน่วยงานดูว่ามีเจตนาแอบแฝงและยากที่จะไว้ใจกันได้ ผู้เขียนจึงตั้งชื่อหัวข้อออกมาออกแนวประชดสังคมว่า “ชาตินี้ที่รัก เราคงรักกันไม่ได้” ซึ่งชื่อนี้ ผมว่ามันกัดได้เจ็บดีพราะคำว่า”รัก”คำที่มักใช้โดยไม่สนใจถึงมูลเหตุความขัดแย้งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีการใช้คำว่า”รักกัน”เพื่อเรียกร้องให้ฝ่ายตรงข้ามถอนตัวแทนฝ่ายตัวเอง ผมว่าการเยียวยารักษาสังคมเพื่อให้เรายังรักกันได้ ไม่ใช่ว่าต้องเพิกเฉยต่อแนวคิดต่างๆแล้วบอกให้หยุด ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้เพราะความขัดแย้งมันยังไม่หายไปไหน ตรงกันข้ามเราต้องศึกษาลึกถึงความขัดแย้งเพื่อที่จะไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่งกันไปมากกว่านี้ และบทความนี้เป็นบทความหนึ่งที่เขียนสรุปมาได้ดีและค่อนข้างเห็นภาพในมุมหนึ่งของสังคม *หมายเหตุ โพสท์นี้มีที่มาจากการตอบคอมเมนท์ในเฟสบุค* ส่วนเสริม 1 (จากการตอบคอมเมนท์) ผมขอตอบเกี่ยวกับบทความเหล่านี้ก่อนนะ เพราะกำลังเป็นประเด็นร้อน บทความที่ผมยกขึ้นมาในเฟสบุค มันมักมีอยู่สามแบบคือบทความวิชาการ บทความทั่วไปและข่าว ซึ่งผมคิดว่ามันมีข้อแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดอยู่ 1. ข่าว ตัวสำนักข่าวจะพยายามหลีกเลี่ยงความเห็นส่วนตัวค่อนข้างชัด มีการอ้างแหล่งที่มาของข่าว คลิป หรือตัวเลขต่างๆ เช่นอ้างจากกรมประชาสัมพันธ์ หรืออ้างมาจากนสพอื่นอีกทีเช่นล่าสุดที่ข่าวสดลงว่ามีทหารใช้ปืนจ่อหัว เนื้อข่าวของหลายๆสนพก็บอกว่า “นสพข่าวสดลงข่าวว่า…” ข่าวพวกนี้มักไม่มีการสรุป มีแต่ปลายเปิดให้ผู้อ่านหรือผู้ดูคิดเอง 2. [...]
14-3
หลายๆคนพูดถึงความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น บ้างก็ว่าฝ่ายหนึ่งนั้นจะเป็นผู้เริ่ม บ่างก็ว่าอีกฝ่ายจะเป็นผู้ก่อ แต่ว่าฝ่ายเหล่านั้นคืออะไร? หลายๆคนว่าฝ่ายเหล่านั้นคือเสื้อสี บ้างก็ว่าตัวเองนั้นสีแดง บ้างก็ว่าตัวเองนั้นสีเหลือง บ้างก็ใส่สีให้คนอื่นอยู่เรื่อยไป หลายๆคนว่าตัวเองนั้นเป็นกลาง แต่“ตรงกลาง”ที่ว่านั้นคือที่ตรงไหน? ถ้าไม่รับการรัฐประหารจะเป็นแดงหรือไม่ ถ้าเขารับคตส.เขาจะเป็นเหล่ืองเสียเพียงใด เรื่องการเมืองที่ซับซ้อนนั้นยังมีตรงกลางอยู่จริงหรือ? หรือว่าการอยู่ตรงกลางนั้นคือการปฎิเสธความคิดทางการเมืองของตัวเอง ความรุนแรงที่อาจเกิดคงไม่มีใครอยากให้มันเกิด แต่เรื่องนี้ซับซ้อนและยากเกินกว่าที่ใครจะควบคุม การเรียกร้องขอให้ต่างฝ่ายต่างไม่ใช้ความรุนแรงนั้นอาจไม่ได้ผล สิ่งที่อาจทำได้คือการเลี่ยงการเผชิญหน้า การหลีกเลี่ยงฯนั้นแม้ทำได้หลายทาง แต่ผู้เริ่มการหลีกเลี่ยงฯนั้นก็อาจตกอยู่ในฝ่ายที่เสียเปรียบ อาจเพลี่ยงพล้ำไปในทางการเมือง ที่น่าสงสัยคือการหลีกเลี่ยงนั้นจะทำให้ยุติปัญหาได้จริงหรือไม่ ความขัดแย้งที่มีมานานนั้นมีต้นเหตุหลายๆเรื่อง และที่ใดมีเหตุที่นั้นก็ต้องมีผลของเหตุเหล่านั้น เพียงแต่ว่าเหตุนั้นคืออะไร? หลายๆคนว่าเหตุนั้นเกิดเช่นนี้ บ้างก็ว่าเหตุเกิดเพราะเช่นนั้น เหตุของเราที่ไม่ลงกันนั้นคงไปไม่ถึงผลลัพท์ที่ลงตัว หลายๆคนว่าเหตุนั้นซับซ้อนยากเกินกว่าที่จะแก้ไข ถ้าคิดเช่นนั้นผลลัพท์ที่อาจเกิด ก็ต้องเป็นสิ่งที่เราต้องยอมรับหรือไม่ หลายๆคนที่กล่าวมา ทั้งหมดล้วนมีความรู้สึก ทั้งหมดล้วนมีความคิด ทั้งหมดล้วนเป็นคนเหมือนกันใช่ไหม? “เราจะทำอย่างไร” นี่คือคำถาม หรือเป็นเพียงความเชื่อ เชื่อว่าเราทำอะไรได้ หลายๆคนก็คงยังคิดกันต่อไป
เปรียบเทียบยอดผู้เสียชีวิตจากสถานการณ์นองเลือด