นโยบายช่วยเกษตรกร

เมื่ออ่านนโยบายเก่าๆเกี่ยวกับการช่วยรักษาราคาข้าวให้ชาวนาของรัฐบาลที่ผ่านๆมาแล้วสะกิดใจหลายๆอย่าง โดยเฉพาะด้านประสิทธิภาพและความเสี่ยงต่อการทุจริต

  • นโยบายจำนำข้าว เป็นการแทรกแซงราคาโดยรัฐเปรียบเสมือนเป็นโรงสีใหญ่ ทำราคาที่เป็นกลางให้ชาวนา โดยรัฐจะอยู่รอดจากการ”ซื้อขายล่วงหน้า”ของพวกสินค้าโภคภัณฑ์ คือซื้อในช่วงราคาถูก ขายในช่วงราคาแพง ข้อเสีย: รัฐต้องลงทุนมากกับโกดังสินค้าหรือหาโรงสีที่เข้าร่วมโครงการ ประสิทธิภาพของโรงสีของรัฐเป็นที่น่าสงสัย อาจมีการทุจริตของพนักงานรัฐเป็นรายบุคคลทำให้เกิดประเด็นทางการเมืองได้
  • นโยบายประกันราคา เป็นการเสนอส่วนต่างให้กับชาวนา หากราคาตลาดต่ำกว่าที่กำหนดทางรัฐจะเป็นคนจ่ายค่าส่วนต่างให้อีกที ข้อเสีย: รัฐลงทุนมากขึ้นกับการประกันราคาขณะที่ไม่มีโอกาสที่นโยบายจะเลี้ยงตัวเองได้ ราคามักถูกกดจากโรงสีเพราะโรงสีรุ้อยู่แล้วว่ารัฐต้องจ่ายส่วนต่างให้ชาวนาทำให้อำนาจต่อรองของชาวนาน้อยลงไป อาจเรียกได้ว่าเป็นการทุจริตเชิงโครงสร้างและนโยบาย แต่รัฐจะไม่ได้ไปยุ่งกับการซื้อขายโดยตรงเลยทำให้ปลอดภัยจากข้อครหาในการทุจริตเชิงการดำเนินงาน

ทำให้คิดถึงที่คุณธนินท์ CP และคุณเจริญ ThaiBev เคยให้สัมภาษณ์ไว้เกี่ยวกับแนวคิดที่ว่าธุรกิจเกษตรกรรมนั้นไม่เหมาะกับรายย่อย เพราะสินค้าโภคภัณฑ์มีราคาเปลี่ยนแปลงได้สูง รายย่อยที่ไม่สามารถเก็บสินค้าหรือวางแผนการเพาะปลูกได้มีโอกาสที่จะล้มมาก คุณธนินท์เลยเสนอว่ากลุ่มทุนควรเป็นเจ้าของที่ดินแล้วจ้างงานชาวนาเพื่อให้รายได้คงที่แทน (รับจ้างทำนา)

แน่นอนว่าข้อเสนอแบบนี้ CP และ ThaiBev ได้ผลประโยชน์ในฐานะนายทุน แต่ก็เป็นแนวคิดที่สามารถลดความเสี่ยงของเกษตรกรได้ในระยะยาว

ปัญหาราคาสินค้าเกษตรกรรมนั้นเป็นปัญหาเรื้อรังที่หลายๆฝ่ายพยายามจะแก้ไข เพียงแต่ว่าวิธีการนั้นไม่เหมือนกัน

บทความเก่าที่เกี่ยวข้อง: http://www.afet.or.th/v081/thai/news/commodityShow.php?id=2255

Posted in business | Tagged , , , , , , , , , , | Leave a comment

โรงกลั่น Esso กับการผูกขาดของ PTT

ข่าวลือ Esso ขายกิจการโรงกลั่นกลับมาฮิตอีกครั้งก่อนปีใหม่

ถ้าเอสโซ่ไทยถูกขายให้ไทยออยล์หรือปตท.จริงๆ จะกลายเป็นว่าปตท.มีอำนาจควบคุมการกลั่นน้ำมันในไทย(เกือบ) 100% แต่ถ้าขายไปแล้วเอสโซ่ก็จะเหลือแค่ปิโตรเคมีเล็กๆ ซึ่งก็ไม่วายเสี่ยงถูกปตทโกลบอลซื้อไปอีก

แบบนี้ก็จะมีการถกเถียงว่านี่เป็น”การผูกขาด”หรือเปล่า? เพราะปตท.มีอำนาจตัดสินใจในโรงกลั่นทุกโรง (PTTGC, TOP, BCP, IRPC, SPRC, ESSO)

คิดในมุมกลับกัน ถึงแม้ว่าปตท.จะเป็นเจ้าเดียวในไทย แต่การนำเข้าหรือส่งออกน้ำมันของไทยก็มีสูงมากอยู่แล้ว คือถ้าน้ำมันถูกไปเราก็ไปขายต่างชาติ แพงไปเราก็ไปซื้อต่างชาติ การกำหนดราคาน้ำมันโดยอิงราคาตลาดมันทำให้มีระบบควบคุมราคาในตัวที่ทำให้ไม่สามารถ”ผูกขาด”ได้แม้จะเป็นบริษัทเดียวในไทย

สรุปคือถ้าจะป้องกัน”การผูกขาด”มีสองทางเลือกคือ

  1. อิงราคากับต่างชาติ บริษัทในไทยจะเป็นของรายเดียวก็ได้เพราะไม่มีความสามารถในการกำหนดราคาอยู่แล้ว
  2. อิงราคาจากต้นทุนน้ำมันของแต่ละโรงกลั่น กระจายบริษัทเป็นหลายๆบริษัททีี่ไม่มีอำนาจก้าวกา่ยกัน และเพิ่มภาษีนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปจากประเทศที่ต้นทุนถูกกว่าอย่างสิงคโปร์ เพื่อให้บริษัทในไทยเลี้ยงตัวเองได้

ทางเลือกที่ 1. คือทางสายหลักที่ทุกๆรัฐบาลไทยในช่วงหลังทำ แต่ก็มีกระแสการเมืองสนับสนุนทางเลือกที่ 2. เป็นพักๆเพื่อที่จะป้องกันการครอบครองของปตท. (ที่อาจจะไม่ผูกขาดในทางปฎิบัติเพราะไม่ใช่ผู้กำหนดราคา) แม้จะค่อนข้างขัดกับนโยบายการค้าเสรี อาจทำให้ผู้บริโภคได้น้ำมันราคาแพงขึ้น และอาจทำให้เกิดการ”ผูกขาด”ราคาน้ำมันโดยเจ้าใหญ่ต้นทุนต่ำได้จริงๆหากไม่มีการดูแล

สุดท้ายอนาคตบริษัทพวกนี้ก็ไปจบที่การเมืองไทย Exxon เลยอาจจะอยากขายโรงกลั่นของ Esso ไปให้พ้นๆมือก็ได้ถ้าได้ราคาดี

Posted in business | Tagged , , , , , , , , , | Leave a comment

ตาราง Money Talk Weekly

ตารางรายการ Money Talk Weekly โดย Money Channel พร้อมลิงค์เข้าชม รายชื่อบริษัท ตัวย่อในตลาดหลักทรัพย์และชื่อเรียก รวมถึงรายชื่อผู้บริหารที่มาให้สัมภาษณ์

ดำเนินรายการโดย: ดร.ไพบูลย์ เสรีวิวัฒนา, ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร, อ.ถาวร โชติชื่น, อ.สเน่ห์ ศรีสุวรรณ

หมายเหตุ: ขณะนี้ยังไม่สามารถรับชมรายการช่วงก่อนเดือนมิถุนายน 2554 และไม่สามารถรับชมรายการวันอาทิตย์ตั้งแต่เดือนมกราคม 2555 ได้

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เว็บบอร์ด thaivi.org

04.06.2011 UIC: Union Intraco (ยูเนียนอินทราโก้), พีระเกียรติ สุวรรณนภาศรี
05.06.2011 COLOR: Salee Color (สาลี่ คัลเลอร์), ขวัญชัย ณัฏฐ์เศรษฐ์
11.06.2011 KSL: Khon Kaen Sugar Industry (น้ำตาลขอนแก่น), จำรูญ ชินธรรมมิตร์
12.06.2011 HMPRO: Home Product Center (โฮมโปร, HomePro), คุณวุฒิ ธรรมพรหมกุล
18.06.2011 KBS: Khonburi Sugar (น้ำตาลครบุรี), ถกล ถวิลเติมทรัพย์
19.06.2011 TRUE: True Corporation (ทรู), นพปฎล เดชอุดม
25.06.2011 DELTA: Delta Electronics (เดลต้า), อนุสรณ์ มุทราอิศ
26.06.2011 PS: Pruksa Real Estate (บ้านพฤกษา, พฤกษา เรียลเอสเตท), ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต

02.07.2011 SAMART: Samart Corp. (สามารถ), วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์
03.07.2011 SST: Sub Sri Thai (ทรัพย์ศรีไทย), สัมฤทธิ์ ตันติดิลกกุล
09.07.2011 Thai Investors Association (สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย), มงคล ลีลาธรรม
10.07.2011 DCC: Dynasty Ceramic (ไดนาสตี้ ไทล์ท้อป), มารุต แสงศาสตรา
16.07.2011 HMPRO: HomePro (โฮมโปร), คุณวุฒิ ธรรมพรหมกุล
17.07.2011 SF: Siam Future Development (สยามฟิวเจอร์ฯ), วิเชฐ ตันติวานิช
23.07.2011 NOBLE: Noble Development (โนเบิล), ธงชัย บุษราพันธ์
24.07.2011 GRAMMY: GMM Grammy (จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่), ชาญชัย พันธุ์โสภา
30.07.2011 QTC: QTC Energy (คิวทีซี), พูลพิพัฒน์ ตันธนสิน
31.07.2011 THAI: Thai Airways (การบินไทย), ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์

06.08.2011 SIRI: Sansiri (แสนศิริ), อภิชาติ จูตระกูล
07.08.2011 CPALL: CP All (ซีพีออลล์), เกรียงชัย บุญโพธิ์อภิชาติ
13.08.2011 AOT: Airports of Thailand (ท่าอากาศยานไทย), นิตินัย ศิริสมรรถการ
14.08.2011 SINGER: Singer Thailand (ซิงเกอร์), บุญยง ตันสกุล
20.08.2011 TTW: Thai Tap Water (น้ำประปาไทย), สมโภชน์ ศรีภูมิ
21.08.2011 PF: Property Perfect (พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค), ศิริรัตน์ วงศ์วัฒนา
27.08.2011 MINT: Minor International (ไมเนอร์), ปรารถนา มงคลกุล
28.08.2011 CPF: CP Food (เจริญโภคภัณฑ์อาหาร), กอบบุญ ศรีชัย

03.09.2011 IT: IT City (ไอทีซิตี้), เอกชัย ศิริจิระพัฒนา
04.09.2011 SMT: Stars Microelectronics (สตาร์ไมโครอิเล็กทรอนิกส์), พลศักดิ์ เลิศพุฒิภิญโญ
10.09.2011 ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง, จักรกฤษฏิ์ พาราพันธกุล
11.09.2011 BEC: BEC World (บีอีซี, ช่อง 3), ฉัตรชัย เทียมทอง
17.09.2011 SPALI: Supalai (ศุภาลัย), ประทีป ตั้งมติธรรม
18.09.2011 GLOBAL: Global House (สยามโกลบอลเฮ้าส์), วิฑูรย์ สุริยวนากุล
24.09.2011 APCS: Asia Precision (เอเชียพรีซิชั่น), อภิชาติ การุณกรสกุล
25.09.2011 DTAC: Digital Total Access Communication (ดีแทค), ปกรณ์ พรรณเชษฐ์

01.10.2011 MBK: MBK (เอ็มบีเค, มาบุญครอง), สุเวทย์ ธีรวชิรกุล
02.10.2011 S&P: S&P (เอสแอนด์พี), ประเวศวุฒิ ไรวา
08.10.2011 INTUCH: Intouch Company (อินทัช, ชินคอร์ป), สมประสงค์ บุญยะชัย
09.10.2011 ADVANC: Advanced Info Service (เอไอเอส), วิเชียร เมฆตระการ
15.10.2011 TTA: Thoresen Agencies (โทรีเซนไทย), จันทรจุฑา จันทรทัต
16.10.2011 BEC: BEC World (บีอีซี, ช่อง 3), ฉัตรชัย เทียมทอง
22.10.2011 HMPRO: Home Product Center (โฮมโปร, HomePro), คุณวุฒิ ธรรมพรหมกุล
23.10.2011 MCOT: MCOT (อสมท, ช่อง 9), เจษฎา พรหมจาต
29.10.2011 CK: CH-Karnchang (ช.การช่าง), วรพจน์ อุชุไพบูลย์วงศ์
30.10.2011 BANPU: Banpu Plc. (บ้านปู), ชนินทร์ ว่องกุศลกิจ

05.11.2011 S&P: S&P (เอสแอนด์พี), ประเวศวุฒิ ไรวา
06.11.2011 TTA: Thoresen Agencies (โทรีเซนไทย), จันทรจุฑา จันทรทัต
12.11.2011 ADVANC: Advanced Info Service (เอไอเอส), วิเชียร เมฆตระการ
13.11.2011 BANPU: Banpu Plc. (บ้านปู), ชนินทร์ ว่องกุศลกิจ
19.11.2011 AMATA: Amata (อมตะนคร), วิกรม กรมดิษฐ์
20.11.2011 HEMRAJ: Hemaraj (เหมราชพัฒนาที่ดิน), เผ่าพิทยา สมุทรกลิน
26.11.2011 APCO: Asian Phytoceuticals (เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์), พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา
27.11.2011 THCOM: Thaicom (ไทยคม), ศุภจี สุธรรมพันธุ์

03.12.2011 CHOW: Chow Steel (เชาน์สตีล), อนาวิล จิรธรรมศิริ
04.12.2011 TICON: Ticon Industrial Connection (ไทคอน), วีรพันธ์ พูลเกษ
10.12.2011 JMART: Jay Mart (เจย์มาร์ท), อดิศักดิ์ สุขุมวิทยา
11.12.2011 HYDRO: Hydrotek (ไฮโดรเท็ค), สลิบ สูงสว่าง
17.12.2011 BCP: Bangchak Petroleum (บางจาก), อนุสรณ์ แสงนิ่มนวล
18.12.2011 PTTGC: PTT Global Chemical (ปตทโกลบอลเคมิคอล), วีรศักดิ์ โฆสิตไพศาล
24.12.2011 BJC: Berli Jucker (เบอร์ลี่ ยุคเกอร์), อัศวิน เตชะเจริญวิกุล
25.12.2011 KAMART: Karmarts (คาร์มาร์ท), วิวัฒน์ ทีฆคีรีกุล
31.12.2011 GUNKUL: Gunkul Engineering (กันกุล), โศภชา ดำรงปิยวุฒิ์

01.01.2012 CSL: CS Loxinfo (ซีเอส ล็อกซอินโฟ), อนันต์ แก้วร่วมวงศ์
07.01.2012 BGH: Bangkok Hospital (กรุงเทพดุสิตเวชการ, โรงพยาบาลกรุงเทพ), นฤมล น้อยอ่ำ
08.01.2012 KK: Kiatnakin (ธนาคารเกียรตินาคิน), ธวัชชัย ศรีรัตนวงศ์
14.01.2012 EGCO: Energy Generation Co. (เอ็กโก, บริษัทผลิตไฟฟ้าจำกัด), สหัส ประทักษ์นุกูล
15.01.2012 TISCO: Thai Investment and Securities Co. (ทิสโก้, TISCO), อรนุช อภิศักดิ์ศิริกุล
21.01.2012 KH: Bangkok Chain Hospital (เกษมราษฎร์, บำรุงราษฎร์), เฉลิม หาญพาณิชย์
22.01.2012 SNC: SNC Former (เอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์), สมชัย ไทยสงวนวรกุล
28.01.2012 JUBILE: Jubilee Enterprise (ยูบิลลี่), อัญรัตน์ พรประกฤต
29.01.2012 TOP: Thai Oil (ไทยออยล์), สุรงค์ บูลกุล

04.02.2012 APCS: Asia Precision (เอเชีย พรีซิชั่น), อภิชาติ การุณกรสกุล
05.02.2012 SE-ED: SE-EDUCATION (ซีเอ็ด ยูเคชั่น), ทนง โชติสรยุทธ์
11.02.2012 KTC: Krungthai Card (บัตรกรุงไทย), ระเฑียร ศรีมงคล
12.02.2012 CPN: Central Pattana (เซ็นทรัลพัฒนา), นริศ เชยกลิ่น
18.02.2012 LHBANK: LH Financial Group (ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์), ศศิธร พงศธร
19.02.2012 HTECH: Halcyon Technology (แฮลเซี่ยน เทคโนโลยี), พีท ริมชลา
25.02.2012 PJW: Panjawattana Plastic (ปัญจวัฒนาพลาสติก), วิวรรธน์ เหมมณฑารพ
26.02.2012 PTTEP: PTT Exploration and Production (ปตท.สผ., ปตท.สำรวจและผลิต), อนนต์ สิริแสงทักษิณ

03.03.2012 TRC: TRC Construction (ทีอาร์ซี), สมัย ลี้สกุล
04.03.2012 ERW: Erawan Group (เอราวัณ กรุ๊ป), กมลวรรณ วิปุลากร
10.03.2012 AS: Asiasoft Corp. (เอเชียซอฟท์), ปราโมทย์ สุดจิตพร
11.03.2012 PS: Pruksa Real Estate (พฤกษา, บ้านพฤกษา), ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต
17.03.2012 AF: Aira Factoring (ไอร่า แฟคตอริ่ง), วิวัฒน์ คงคาสัย
18.03.2012 RATCH: Ratchaburi Electricity Generating (ผลิตไฟฟ้าราชบุรี), นพพล มิลินทางกูร
24.03.2012 PREB: Pre-Built (พรีบิลท์), วิโรจน์ เจริญตรา
25.03.2012 NNCL: Navanakorn (นวนคร)
31.03.2012 UAC: Universal Absorbents & Chemicals (ยูเอซี, ยูนิเวอร์แซล แอดซอร์บเบ้นท์ แอน เคมิคัลส์), กิตติ ชีวะเกตุ

01.04.2012 PF: Property Perfect (พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค), ชายนิด โง้วศิริมณี
07.04.2012 SINGER: Singer Thailand (ซิงเกอร์), บุญยง ตันสกุล
08.04.2012 HYDRO: Hydrotek (ไฮโดรเท็ค), สลิบ สูงสว่าง
14.04.2012 AIT: Advanced Information Technology (เอไอที, แอ็ดวานซ์อินฟอร์เมชั่นเทคโนโลยี), ศิริพงษ์ อุ่นทรพันธุ์
15.04.2012
21.04.2012 MAJOR: Major Cineplex (เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์), วิชา พูลวรลักษณ์
22.04.2012 SENA: Sena Development (เสนาดีเวลลอปเม้นท์), เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์
28.04.2012 TKS: TKS Technology (ทีเคเอส เทคโนโลยี), SYNEX: Synex (ซินเน็ค), สุพันธุ์ มงคลสุธี
29.04.2012 BTS: Bangkok Mass Transit System (บีทีเอส), สุรพงษ์ เลาหะอัญญา

05.05.2012 GRAMMY: GMM Grammy (จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่), ปรีย์มน ปิ่นสกุล
06.05.2012 VIH: Srivichaivejvivat (Vichaivej International Hospital, ศรีวิชัยเวชวิวัฒน์), สายสุณี วนดุรงค์วรรณ
12.05.2012 TK: Thitikorn (ฐิติกร), ปฐมา พรประภา
13.05.2012 STPI: STP&I (เอสทีพี แอนด์ ไอ), มาศถวิน ชาญวีรกูล

 

Posted in business | Tagged , , , , , , | Leave a comment

ค่าแรง 300 และภาษีเงินได้นิติบุคคล 23%

นโยบายเศรษฐกิจของรัฐในแง่ของธุรกิจการลงทุนเป็นที่ถกเถียงกันมาก โดยมีทั้งผลดีและผลเสียต่อธุรกิจ คือ

  • ผลเสีย: ค่าแรง 300 บาท ทำให้ค่าใช้จ่ายของบริษัทสูงขึ้น
  • ผลดี: ลดภาษีนิติบุคคล จาก 30% เหลือ 23% (และ 20% ใน 2556) ทำให้บริษัทมีกำไรมากขึ้น

มีคำถามว่า แล้วโดยรวมบริษัทของเราๆจะได้ผลเสียหรือผลดีมากกว่ากัน? ผมคิดตัวเลขคร่าวๆดังนี้

เริ่มจากพิจารณาผลดีทางภาษีก่อน สมมุติว่า ปัจจุบันบริษัทมีกำไรก่อนหักภาษี (EBT) 143 บาท เสียภาษี 30% หรือ 43 บาท เหลือกำไรสุทธิ (E) 100 บาท

เมื่อเปลี่ยนไปใช้อัตราภาษีใหม่ในปีหน้า ท่านจะเสียภาษีแค่ 23% หรือ 33 บาท ได้กำไรสุทธิ 110 บาท หรือ 10% ต่อปีเลยทีเดียว

ลองมาคำนวนกันต่อว่าจะผลเสียต้องร้ายแรงเท่าไหร่ถึงจะมากกว่าผลดี?

ที่อัตราภาษีใหม่ หากบริษัทต้องการมีกำไรสุทธิไม่น้อยกว่าเดิม คือที่ 100 บาท บริษัทจะต้องมีกำไรสุทธิก่อนหักภาษีที่ 130 บาท
เมื่อเทียบกับอัตราภาษีเก่าที่รายได้ก่อนหักภาษี 143 บาทแล้ว หมายความว่าบริษัทรองรับผลเสียต่อนโยบายได้ 13 บาท หรือเท่ากับ 9% ของรายได้เก่าก่อนหักภาษี (ไม่คิดกรณีที่แรงซื้อของประชาชนเพิ่มขึ้นในบางธุรกิจ)

ผลเสียของค่าแรง 300 บาท นั้นสูงถึง 9% ของกำไรก่อนหักภาษีของบริษัทไหม? ถ้าไม่ถึง นโยบายเหล่านี้มีความเป็นไปได้ที่จะส่งผลดีต่อบริษัทนั้นมากกว่าผลเสีย โดยดูจากตัวเลขง่ายๆอย่างที่กล่าวไป

Posted in business | Tagged , , , , , , , | 1 Comment

Sanyo Semiconductor ประเด็นร้อนในช่วงนี้

กรณีของ Sanyo Semiconductor ปิดกิจการในไทย ผมมองว่ามันสมเหตุสมผลอยู่ เพราะสาเหตุหนึ่งที่ Sanyo Semiconductor ถูกขายไปให้ ON Semiconductor ในปีนี้นั้น เป็นเพราะว่าตลาดอิเล็คทรอนิกส์โลกถดถอยลง อุปสงค์ลดลงอุปทานเพิ่มขึ้น การซื้อครั้งนี้ ทำให้ ON SEMI มีบริษัทผลิตเซมิคอนดักเตอร์อยู่สามแห่งใน SE-Asia คือ ไทย เวียดนาม และมาเลเซีย

การที่อุปสงค์สินค้าลดลง ประกอบกับการที่โรงงานที่ไทยเสียหายเพราะถูกน้ำท่วม น่าจะเป็นเรื่องที่สมเหตุผลที่ซันโยจะปิดโรงงานในไทย แล้วไปเร่งการผลิตในโรงงานอื่นๆให้เต็มที่แทน

บริษัทอื่นๆที่มีฐานการผลิตสำคัญในไทยไม่ใช่กรณีเดียวกับซันโย การย้ายฐานเพราะน้ำท่วมไม่น่าจะทำได้ง่ายๆหรืออาจไม่คุ้มค่า

ปริมาณคนตกงานรวมกิจการในนิคมต่างๆที่ถูกน้ำท่วมตอนนี้อยู่ที่หลักพันต้นๆ แต่ทว่าอมตะนคร (ที่ไม่ท่วม) นั้นประกาศจ้างงานเพิ่ม 20,000 คน ตัวเลขสองอย่างนี้มันต่างกันอยู่ อาจจะหมายความได้ว่า

  1. โรงงานส่วนมากยังลงทุนในไทยอยู่ แต่อาจมีการกระจายฐานไปนิคมอื่นๆด้วย
  2. ตัวเลขการปิดกิจการอาจเพิ่มขึ้นได้อีก แต่ยังมีช่องหายใจอีกเยอะเพราะยังจ้างงานเพิ่มอยู่ 10-20 เท่าของที่เลิกจ้าง ยังไม่นับอัตราจ้างที่เพิ่มขึ้นของนิคมอื่นๆอีก
  3. ถ้าอัตราจ้างงานยังสูงกว่าการเลิกจ้างขนาดนี้ GDP Growth 7% ที่วางไว้่อาจทำได้ไม่ยาก
Posted in business | Tagged , , , , , , | Leave a comment