ตาราง Money Talk Weekly

ตารางรายการ Money Talk Weekly โดย Money Channel พร้อมลิงค์เข้าชม รายชื่อบริษัท ตัวย่อในตลาดหลักทรัพย์และชื่อเรียก รวมถึงรายชื่อผู้บริหารที่มาให้สัมภาษณ์

ดำเนินรายการโดย: ดร.ไพบูลย์ เสรีวิวัฒนา, ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร, อ.ถาวร โชติชื่น, อ.สเน่ห์ ศรีสุวรรณ

หมายเหตุ: ขณะนี้ยังไม่สามารถรับชมรายการช่วงก่อนเดือนมิถุนายนได้ ติดต่อผู้ดูแลผ่านทางอีเมล์แล้วแต่ยังไม่ได้รับการตอบรับ

01/05/2011
07/05/2011
08/05/2011
14/05/2011
15/05/2011
21/05/2011
22/05/2011
28/05/2011
29/05/2011

04/06/2011 UIC: Union Intraco (ยูเนียนอินทราโก้), พีระเกียรติ สุวรรณนภาศรี
05/06/2011 COLOR: Salee Color (สาลี่ คัลเลอร์), ขวัญชัย ณัฏฐ์เศรษฐ์
11/06/2011 KSL: Jhon Kaen Sugar Industry (น้ำตาลขอนแก่น), จำรูญ ชินธรรมมิตร์
12/06/2011 HMPRO: Home Product Center (โฮมโปร, HomePro), คุณวุฒิ ธรรมพรหมกุล
18/06/2011 KBS: Khonburi Sugar (น้ำตาลครบุรี), ถกล ถวิลเติมทรัพย์
19/06/2011 TRUE: True Corporation (ทรู), นพปฎล เดชอุดม
25/06/2011 DELTA: Delta Electronics (เดลต้า), อนุสรณ์ มุทราอิศ
26/06/2011 PS: Pruksa Real Estate (บ้านพฤกษา, พฤกษา เรียลเอสเตท), ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต

02/07/2011 SAMART: Samart Corp. (สามารถ), วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์
03/07/2011 SST: Sub Sri Thai (ทรัพย์ศรีไทย), สัมฤทธิ์ ตันติดิลกกุล
09/07/2011 Thai Investors Association (สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย), มงคล ลีลาธรรม
10/07/2011 DCC: Dynasty Ceramic (ไดนาสตี้ ไทล์ท้อป), มารุต แสงศาสตรา
16/07/2011 HMPRO: HomePro (โฮมโปร), คุณวุฒิ ธรรมพรหมกุล
17/07/2011 SF: Siam Future Development (สยามฟิวเจอร์ฯ), วิเชฐ ตันติวานิช
23/07/2011 NOBLE: Noble Development (โนเบิล), ธงชัย บุษราพันธ์
24/07/2011 GRAMMY: GMM Grammy (จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่), ชาญชัย พันธุ์โสภา
30/07/2011 QTC: QTC Energy (คิวทีซี), พูลพิพัฒน์ ตันธนสิน
31/07/2011 THAI: Thai Airways (การบินไทย), ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์

06/08/2011 SIRI: Sansiri (แสนศิริ), อภิชาติ จูตระกูล
07/08/2011 CPALL: CP All (ซีพีออลล์), เกรียงชัย บุญโพธิ์อภิชาติ
13/08/2011 AOT: Airports of Thailand (ท่าอากาศยานไทย), นิตินัย ศิริสมรรถการ
14/08/2011 SINGER: Singer Thailand (ซิงเกอร์), บุญยง ตันสกุล
20/08/2011 TTW: Thai Tap Water (น้ำประปาไทย), สมโภชน์ ศรีภูมิ
21/08/2011 PF: Property Perfect (พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค), ศิริรัตน์ วงศ์วัฒนา
27/08/2011 MINT: Minor International (ไมเนอร์), ปรารถนา มงคลกุล
28/08/2011 CPF: CP Food (เจริญโภคภัณฑ์อาหาร), กอบบุญ ศรีชัย

03/09/2011 IT: IT City (ไอทีซิตี้), เอกชัย ศิริจิระพัฒนา
04/09/2011 SMT: Stars Microelectronics (สตาร์ไมโครอิเล็กทรอนิกส์), พลศักดิ์ เลิศพุฒิภิญโญ
10/09/2011 ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาะารณะ กระทรวงการคลัง, จักรกฤษฏิ์ พาราพันธกุล
11/09/2011 BEC: BEC World (บีอีซี, ช่อง 3), ฉัตรชัย เทียมทอง
17/09/2011 SPALI: Supalai (ศุภาลัย), ประทีป ตั้งมติธรรม
18/09/2011 GLOBAL: Global House (สยามโกลบอลเฮ้าส์), วิฑูรย์ สุริยวนากุล
24/09/2011 APCS: Asia Precision (เอเชียพรีซิชั่น), อภิชาติ การุณกรสกุล
25/09/2011 DTAC: Digital Total Access Communication (ดีแทค), ปกรณ์ พรรณเชษฐ์

01/10/2011 MBK: MBK (เอ็มบีเค, มาบุญครอง), สุเวทย์ ธีรวชิรกุล
02/10/2011 S&P: S&P (เอสแอนด์พี), ประเวศวุฒิ ไรวา
08/10/2011 INTUCH: Intouch Company (อินทัช, ชินคอร์ป), สมประสงค์ บุญยะชัย
09/10/2011 ADVANC: Advanced Info Service (เอไอเอส), วิเชียร เมฆตระการ
15/10/2011 TTA: Thoresen Agencies (โทรีเซนไทย), จันทรจุฑา จันทรทัต
16/10/2011 BEC: BEC World (บีอีซี, ช่อง 3), ฉัตรชัย เทียมทอง
22/10/2011 HMPRO: HomePro (โฮมโปร), คุณวุฒิ ธรรมพรหมกุล
23/10/2011 MCOT: MCOT (อสมท, ช่อง 9), เจษฎา พรหมจาต
29/10/2011 CK: CH-Karnchang (ช.การช่าง), วรพจน์ อุชุไพบูลย์วงศ์
30/10/2011 BANPU: Banpu Plc. (บ้านปู), ชนินทร์ ว่องกุศลกิจ

05/11/2011 S&P: S&P (เอสแอนด์พี), ประเวศวุฒิ ไรวา
06/11/2011 TTA: Thoresen Agencies (โทรีเซนไทย), จันทรจุฑา จันทรทัต
12/11/2011 ADVANC: Advanced Info Service (เอไอเอส), วิเชียร เมฆตระการ
13/11/2011 BANPU: Banpu Plc. (บ้านปู), ชนินทร์ ว่องกุศลกิจ
19/11/2011 AMATA: Amata (อมตะนคร), วิกรม กรมดิษฐ์
20/11/2011 HEMRAJ: Hemaraj (เหมราชพัฒนาที่ดิน), เผ่าพิทยา สมุทรกลิน
26/11/2011 APCO: Asian Phytoceuticals (เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์), พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา
27/11/2011 THCOM: Thaicom (ไทยคม), ศุภจี สุธรรมพันธุ์

03/12/2011 CHOW: Chow Steel (เชาน์สตีล), อนาวิล จิรธรรมศิริ
04/12/2011 TICON: Ticon Industrial Connection (ไทคอน), วีรพันธ์ พูลเกษ
10/12/2011 JMART: Jay Mart (เจย์มาร์ท), อดิศักดิ์ สุขุมวิทยา
11/12/2011 HYDRO: Hydrotek (ไฮโดรเท็ค), สลิบ สูงสว่าง
17/12/2011 BCP: Bangchak Petroleum (บางจาก), อนุสรณ์ แสงนิ่มนวล
18/12/2011 PTTGC: PTT Global Chemical (ปตทโกลบอลเคมิคอล), วีรศักดิ์ โฆสิตไพศาล
24/12/2011 BJC: Berli Jucker (เบอร์ลี่ ยุคเกอร์), อัศวิน เตชะเจริญวิกุล
25/12/2011 KAMART: Karmarts (คาร์มาร์ท), วิวัฒน์ ทีฆคีรีกุล
31/12/2011 GUNKUL: Gunkul Engineering (กันกุล), โศภชา ดำรงปิยวุฒิ์

01/01/2012 CSL: CS Loxinfo (ซีเอส ล็อกซอินโฟ), อนันต์ แก้วร่วมวงศ์
07/01/2012 BGH: Bangkok Hospital (กรุงเทพดุสิตเวชการ, โรงพยาบาลกรุงเทพ), นฤมล น้อยอ่ำ
08/01/2012 KK:  Kiatnakin (ธนาคารเกียรตินาคิน), ธวัชชัย ศรีรัตนวงศ์
14/01/2012 EGCO: Energy Generation Co. (เอ็กโก, บริษัทผลิตไฟฟ้าจำกัด), สหัส ประทักษ์นุกูล
15/01/2012 TISCO: Thai Investment and Securities Co. (ทิสโก้, TISCO), อรนุช อภิศักดิ์ศิริกุล

 

 

Posted in business | Tagged , , , , , , | Leave a comment

ค่าแรง 300 และภาษีเงินได้นิติบุคคล 23%

นโยบายเศรษฐกิจของรัฐในแง่ของธุรกิจการลงทุนเป็นที่ถกเถียงกันมาก โดยมีทั้งผลดีและผลเสียต่อธุรกิจ คือ

  • ผลเสีย: ค่าแรง 300 บาท ทำให้ค่าใช้จ่ายของบริษัทสูงขึ้น
  • ผลดี: ลดภาษีนิติบุคคล จาก 30% เหลือ 23% (และ 20% ใน 2556) ทำให้บริษัทมีกำไรมากขึ้น

มีคำถามว่า แล้วโดยรวมบริษัทของเราๆจะได้ผลเสียหรือผลดีมากกว่ากัน? ผมคิดตัวเลขคร่าวๆดังนี้

เริ่มจากพิจารณาผลดีทางภาษีก่อน สมมุติว่า ปัจจุบันบริษัทมีกำไรก่อนหักภาษี (EBT) 143 บาท เสียภาษี 30% หรือ 43 บาท เหลือกำไรสุทธิ (E) 100 บาท

เมื่อเปลี่ยนไปใช้อัตราภาษีใหม่ในปีหน้า ท่านจะเสียภาษีแค่ 23% หรือ 33 บาท ได้กำไรสุทธิ 110 บาท หรือ 10% ต่อปีเลยทีเดียว

ลองมาคำนวนกันต่อว่าจะผลเสียต้องร้ายแรงเท่าไหร่ถึงจะมากกว่าผลดี?

ที่อัตราภาษีใหม่ หากบริษัทต้องการมีกำไรสุทธิไม่น้อยกว่าเดิม คือที่ 100 บาท บริษัทจะต้องมีกำไรสุทธิก่อนหักภาษีที่ 130 บาท
เมื่อเทียบกับอัตราภาษีเก่าที่รายได้ก่อนหักภาษี 143 บาทแล้ว หมายความว่าบริษัทรองรับผลเสียต่อนโยบายได้ 13 บาท หรือเท่ากับ 9% ของรายได้เก่าก่อนหักภาษี (ไม่คิดกรณีที่แรงซื้อของประชาชนเพิ่มขึ้นในบางธุรกิจ)

ผลเสียของค่าแรง 300 บาท นั้นสูงถึง 9% ของกำไรก่อนหักภาษีของบริษัทไหม? ถ้าไม่ถึง นโยบายเหล่านี้มีความเป็นไปได้ที่จะส่งผลดีต่อบริษัทนั้นมากกว่าผลเสีย โดยดูจากตัวเลขง่ายๆอย่างที่กล่าวไป

Posted in business | Tagged , , , , , , , | 1 Comment

Sanyo Semiconductor ประเด็นร้อนในช่วงนี้

กรณีของ Sanyo Semiconductor ปิดกิจการในไทย ผมมองว่ามันสมเหตุสมผลอยู่ เพราะสาเหตุหนึ่งที่ Sanyo Semiconductor ถูกขายไปให้ ON Semiconductor ในปีนี้นั้น เป็นเพราะว่าตลาดอิเล็คทรอนิกส์โลกถดถอยลง อุปสงค์ลดลงอุปทานเพิ่มขึ้น การซื้อครั้งนี้ ทำให้ ON SEMI มีบริษัทผลิตเซมิคอนดักเตอร์อยู่สามแห่งใน SE-Asia คือ ไทย เวียดนาม และมาเลเซีย

การที่อุปสงค์สินค้าลดลง ประกอบกับการที่โรงงานที่ไทยเสียหายเพราะถูกน้ำท่วม น่าจะเป็นเรื่องที่สมเหตุผลที่ซันโยจะปิดโรงงานในไทย แล้วไปเร่งการผลิตในโรงงานอื่นๆให้เต็มที่แทน

บริษัทอื่นๆที่มีฐานการผลิตสำคัญในไทยไม่ใช่กรณีเดียวกับซันโย การย้ายฐานเพราะน้ำท่วมไม่น่าจะทำได้ง่ายๆหรืออาจไม่คุ้มค่า

ปริมาณคนตกงานรวมกิจการในนิคมต่างๆที่ถูกน้ำท่วมตอนนี้อยู่ที่หลักพันต้นๆ แต่ทว่าอมตะนคร (ที่ไม่ท่วม) นั้นประกาศจ้างงานเพิ่ม 20,000 คน ตัวเลขสองอย่างนี้มันต่างกันอยู่ อาจจะหมายความได้ว่า

  1. โรงงานส่วนมากยังลงทุนในไทยอยู่ แต่อาจมีการกระจายฐานไปนิคมอื่นๆด้วย
  2. ตัวเลขการปิดกิจการอาจเพิ่มขึ้นได้อีก แต่ยังมีช่องหายใจอีกเยอะเพราะยังจ้างงานเพิ่มอยู่ 10-20 เท่าของที่เลิกจ้าง ยังไม่นับอัตราจ้างที่เพิ่มขึ้นของนิคมอื่นๆอีก
  3. ถ้าอัตราจ้างงานยังสูงกว่าการเลิกจ้างขนาดนี้ GDP Growth 7% ที่วางไว้่อาจทำได้ไม่ยาก
Posted in business | Tagged , , , , , , | Leave a comment

‎4 ทีมกับการแก้ไขน้ำท่วมประเทศไทย

  1. ทีมเฉพาะหน้า 1-2 เดือน: ศปภ.
  2. ทีมระยะซ่อม 1 ปี: ยงยุทธ วิชัยดิษฐ์
  3. ทีมระยะยาว A: คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.)
    -> ประธานคณะกรรมการ: วีรพงษ์ รามางกูร
    -> รองประธาน: ยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ + กิตติรัตน์ ณ ระนอง
    -> กรรมการ: ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล + พันศักดิ์ วิญญรัตน์ + กิจจา ผลภาษี + ประเสริฐ บุญสัมพันธ์, นายวิษณุ เครืองาม, ศุภวุฒิ สายเชื้อ
  4. ทีมระยะยาว B: คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.)
    -> ประธานกรรมการ กิตติรัตน์ ณ ระนอง
    -> ที่ปรึกษา: สุเมธ ตันติเวชกุล
    -> คณะกรรมการ: กิจจา ผลภาษี, ชูเกียรติ ทรัพย์ไพศาล, ธีระ วงศ์สมุทร, ปราโมทย์ ไม้กลัด, ปลอดประสพ สุรัสวดี,และอีกหลายๆคน

ทีม 1 นั้นดูออดๆแอดๆ แต่ก็ตามชื่อว่าคือเฉพาะหน้า ถ้า้จะแก้ก็คงไม่คุ้มเพราะถ้าหน้าใหม่มาพอยังไม่เริ่มทำงานก็ต้องสลายแล้ว

ทีม 2 นี้ยังแคลงใจอยู่ อาจต้องการเสถียรภาพทางการเมืองและนโบายรัฐสูงถึงต้องตั้ง ยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ มาคุมเสียเอง

ที่น่าสนใจที่สุดคือทีม 3 ถ้าทำได้ตามนี้จริงจะแข็งแกร่งมาก เรียกได้ว่าเป็นทีมรวมดาราด้านเศรษฐกิจของไทยเลยทีเดียว จากผลงานที่ผ่านๆมาของแต่ละท่านน่าจะเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนได้พอสมควร

ทีมที่ 4 นี้ก็น่าสนใจเพราะเป็นการรวมทีมนักวิชาการทางชลประทาน รวมถึงอาจารย์และอดีตอธิบดีกรมต่างๆที่เกี่ยวข้อง ตัวประสานระหว่างทีม 3 และ 4 ที่สำคัญคือ กิตติรัตน์ ณ ระนอง ซึ่งน่าจะประสานงานทางวิชาการไปสู่ทางปฎิบัติได้รวดเร็วขึ้น

ที่มาของรายชื่อ: http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1320757437&grpid=03&catid=03

 

Posted in business | Tagged , , , , | Leave a comment

น้ำท่วมปี 2538 และการแนวทางแก้ปัญหาจวบจนปี 2554

ในปี 2538 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงเรียกประชุมข้าราชการที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการรับมือปัญหาน้ำท่วม
พระเจ้าอยู่หัว ป้องกันน้ำท่วม 2538

ผู้เขียนได้สรุปหัวข้อสำคัญไว้ดังนี้:

  • นาที 1 (เป็นต้นไป) Flood Way
  • นาที 22 หน้าที่ของเขื่อนทางภาคเหนือ
  • นาที 24 การเวนคืนที่ (เขื่อน + Flood way)
  • นาที 27 Green Belt
  • นาที 32 การระบายนำผ่านแถวสุวรรณภูมิ
  • นาที 34 เครืองเร่งน้ำ
  • นาที 37 ตลาดหุ้นกับฝนตก
  • นาที 49 การระบายน้ำผ่านโรงงานที่ตั้งบน “Green Belt”
  • นาที 62 น้ำท่วมแม่น้ำปิง
  • นาที 63 เก็บน้ำหน้าแล้ง vs กันน้ำท่วม

ในปี 2554 หลังวิกฤติการเมืองไทย ได้มีน้ำท่วมขนาดใหญ่เทียบเท่ากับปี 2538 อีกครั้ง ประเด็นต่างๆจึงถูกหยิบยกเข้ามาถกเถียงกัน การรับมือปัญหาน้ำท่วมในระยะยาวก็เป็นประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจ

กล่าวโดยสรุป ปัจจัยใน 2538 และ 2554 นี้ก็ยังคล้ายกันหลายๆประเด็น โครงการแก้ปัญหาระยะยาวในสมัยก่อนนั้นขาดความคืบหน้าที่น่าพึงพอใจ โดยปี 2554 นี้นี้มีปัจจัยเสริมคือมีสิ่งปลูกสร้างมากขึ้น การระบายน้ำจึงทำได้ยากขึ้นไปอีก

เนื้อหาในปี 38 นั้นมีการเสนอสองแนวทางคือ

  • Flood way พื้นที่เวนคืนก็น่าจะเพิ่มขึ้นอีกโดยเฉพาะริมแม่น้ำ ผู้เสียประโยชน์ตรงนี้อาจจะมากเพราะอาจต้องเวนคืนที่ริมแม่น้ำสำคัญเช่นริมแม่น้ำเจ้าพระยา
  • พวก Green belt นั้นไม่มีเพราะตัดสินใจทำเป็นโรงงาน ต้องทำแผนระบายน้ำให้รองรับน้ำได้มากขึ้น

ปี 54 มีการเสนอเพิ่มอีกสองแนวทางคือ

  • ทำการเชื่อมลุ่มน้ำเบี่ยงน้ำไปทางภาคอีสานตอนล่าง เพื่อการแก้ปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งในขณะเดียวกัน
  • และสร้างเขื่อนในอ่าวไทยกรณีกันน้ำทะเลหนุนและเพิ่มอัตราการระบายน้ำ อาจได้ประโยชน์ด้านการท่องเที่ยวในทางอ้อม

จากสี่นโยบายดังกล่าว กลุ่มธุรกิจที่ได้/เสียโดยตรงน่าจะเป็นกลุ่มอสังหาฯริมแม่น้ำสายหลักและก่อสร้าง โดยกลุ่มอสังหาฯจะได้รับผลกระทบ(ทั้งทางบวกและทางลบ)ในกรณีที่มีการเวนคืนที่เพื่อทำ Flood way ในพื้นที่เศรษฐกิจ โดยเฉพาะริมแม่น้ำ ส่วนกลุ่มก่อสร้างก็น่าจะมีความสามารถในการสร้างรายได้ในอนาคตอันสั้น ถ้าการเมืองไม่เป็นหมันเพราะขาดเสถียรภาพไปเสียก่อน

Posted in business | Tagged , , , , , | Leave a comment